ประชาสัมพันธ์ พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ .คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2541

เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา
เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา
พ.ศ. ๒๕๖๑
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ ประกอบกับมาตรา ๓
มาตรา ๔ และมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกําหนดธุรกิจ
ที่ควบคุมสัญญาและลักษณะของสัญญา พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาออกประกาศไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา
ข้อ ๒ ในประกาศนี้
“ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย” หมายความว่า การประกอบธุรกิจที่ผู้ประกอบธุรกิจ
ตกลงให้ผู้เช่าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาได้ใช้อาคารเพื่ออยู่อาศัย และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น
โดยมีสถานที่ที่จัดแบ่งให้เช่าตั้งแต่ ๕ หน่วยขึ้นไป ไม่ว่าจะอยู่ในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกัน
“อาคาร” หมายความว่า ห้องพัก บ้าน อาคารชุด อพาร์ตเม้นท์ หรือสถานที่พักอาศัย
ที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่จัดขึ้นสําหรับการให้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย แต่ไม่รวมถึงหอพักตามกฎหมาย
ว่าด้วยหอพัก และโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
“ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย โดยเรียกเก็บ
ค่าเช่าจากผู้เช่า
“ผู้เช่า” หมายความรวมถึงผู้เช่าช่วงซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วย
“เงินประกัน” หมายความว่า เงินที่ผู้เช่าวางไว้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นค่าประกันการเช่าอาคาร
เพื่ออยู่อาศัย ค่าประกันความเสียหาย หรือเงินอื่นใดที่ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บจากผู้เช่าในลักษณะ
ทํานองเดียวกัน
ข้อ ๓ สัญญาเช่าอาคารที่ผู้ประกอบธุรกิจทํากับผู้เช่า ต้องมีข้อความภาษาไทยที่สามารถ
เห็นและอ่านได้อย่างชัดเจน มีขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร โดยมีจํานวนตัวอักษรไม่เกิน
สิบเอ็ดตัวอักษรในหนึ่งนิ้ว และต้องใช้ข้อสัญญาที่มีสาระสําคัญและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจ ผู้เช่า และทรัพย์สินที่ให้เช่า
ก. ชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบธุรกิจ และผู้มีอํานาจในการทําสัญญา
ข. ชื่อและที่อยู่ของผู้เช่า
ค. ชื่อและสถานที่ตั้งของอาคาร
ง. รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพของอาคาร รวมถึงทรัพย์สินและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ
ของอาคาร

เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
จ. กําหนดระยะเวลาเช่าอาคาร โดยระบุวัน เดือน ปี ที่เริ่มต้น และวัน เดือน ปี
ที่สิ้นสุดการเช่า
ฉ. อัตราค่าเช่าอาคาร โดยแสดงวิธีการและกําหนดระยะเวลาชําระค่าเช่าอาคาร
ช. อัตราค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ําประปา ค่าโทรศัพท์ โดยแสดง
วิธีการและกําหนดระยะเวลาชําระค่าสาธารณูปโภคดังกล่าว
ซ. อัตราค่าใช้จ่ายในการให้บริการ เช่น ค่าจดปริมาตรการใช้กระแสไฟฟ้าและปริมาณ
การใช้น้ําประปา ค่าสูบน้ําเพื่อเพิ่มแรงดันน้ําประปาภายในอาคาร ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ได้จ่ายไปจริง
และมีเหตุผลอันสมควร โดยแสดงวิธีการและกําหนดระยะเวลาชําระค่าใช้จ่ายดังกล่าว
ฌ. อัตราค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี) ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ได้จ่ายไปจริง และมีเหตุผลอันสมควร
โดยแสดงวิธีการและกําหนดระยะเวลาชําระค่าใช้จ่ายในการให้บริการดังกล่าว
ญ. จํานวนเงินประกัน
(๒) ผู้ประกอบธุรกิจต้องส่งใบแจ้งหนี้ตามรายการ (๑) ฉ. ถึง ฌ. ให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้า
ไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนถึงกําหนดวันชําระค่าเช่าอาคาร โดยผู้เช่ามีสิทธิตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย
ดังกล่าวซึ่งปรากฏตามรายการในใบแจ้งหนี้ที่ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บ
(๓) ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทําหลักฐานการตรวจรับสภาพอาคาร รวมถึงสิ่งอํานวยความสะดวกอื่น ๆ
(ถ้ามี) แนบท้ายสัญญาเช่าอาคาร พร้อมทั้งส่งมอบหลักฐานการตรวจรับสภาพอาคาร หนึ่งฉบับให้ผู้เช่า
เก็บไว้เป็นหลักฐาน
(๔) เมื่อสัญญาเช่าอาคารสิ้นสุด ผู้ประกอบธุรกิจต้องคืนเงินประกันที่ได้รับจากผู้เช่าทันที
เว้นแต่ผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะตรวจสอบความเสียหายที่ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ หากผู้เช่ามิได้ทําความเสียหาย
ให้ผู้ประกอบธุรกิจคืนเงินประกันภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สัญญาเช่าอาคารสิ้นสุด และได้กลับเข้า
ครอบครองอาคาร โดยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการนําส่งคืนเงินประกันตามวิธีการที่ผู้เช่าแจ้งให้ทราบ
(๕) ผู้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าอาคารก่อนสิ้นสุดสัญญาเช่าอาคารได้ โดยต้องบอกกล่าว
เป็นหนังสือให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ทั้งนี้ ผู้เช่าต้องไม่ผิดนัดหรือค้างชําระค่าเช่า
และมีเหตุจําเป็นอันสมควร
(๖) การผิดสัญญาที่เป็นข้อสาระสําคัญของสัญญาเช่าอาคารที่ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิบอกเลิกสัญญา
จะต้องเป็นข้อความที่ผู้ประกอบธุรกิจระบุไว้เป็นการเฉพาะด้วยตัวอักษรสีแดงหรือตัวดําหรือตัวเอนที่เห็น
เด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป และการบอกเลิกสัญญา ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้เช่า
ปฏิบัติตามสัญญาเช่าอาคารภายในระยะเวลาอย่างน้อยสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้เช่าได้รับหนังสือ และผู้เช่า
ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามหนังสือบอกกล่าวนั้น ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าอาคารได้
(๗) สัญญาเช่าอาคารต้องจัดทําขึ้นสองฉบับ ซึ่งมีข้อความตรงกัน และให้ผู้ประกอบธุรกิจ
ส่งมอบสัญญาเช่าอาคารหนึ่งฉบับให้แก่ผู้เช่าทันทีที่ได้ลงนามในสัญญาเช่า

เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
ข้อ ๔ ข้อสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจทํากับผู้เช่าต้องไม่ใช้ข้อสัญญาที่มีลักษณะหรือความหมา

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา
เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา
พ.ศ. ๒๕๖๑
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ ประกอบกับมาตรา ๓
มาตรา ๔ และมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกําหนดธุรกิจ
ที่ควบคุมสัญญาและลักษณะสัญญา พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาออกประกาศไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์
เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ๒๕๕๕
(๒) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์
เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘
ข้อ ๒ ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์” หมายความว่า การประกอบกิจการค้าโดยเจ้าของ
นําเอารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ของตนออกให้บุคคลธรรมดาเช่า และให้คํามั่นว่าจะขายรถยนต์
หรือรถจักรยานยนต์หรือว่าจะให้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยมีเงื่อนไขที่ผู้เช่า
ได้ใช้เงินเป็นจํานวนเท่านั้นเท่านี้คราว
“รถยนต์” หมายความว่า รถยนต์นั่งส่วนบุคคลหรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลเพื่อใช้เป็น
การส่วนตัวเท่านั้น โดยไม่นําไปใช้ทําการขนส่ง เพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเอง หรือเพื่อสินจ้าง
“รถจักรยานยนต์” หมายความว่า รถที่เดินด้วยกําลังเครื่องยนต์หรือกําลังไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อ
ถ้ามีพ่วงข้างมีล้อเพ่ิมอีกไม่เกินหนึ่งล้อ และให้หมายความรวมถึงรถจักรยานที่ติดเครื่องยนต์ด้วย
เพื่อใช้เป็นการส่วนตัวเท่านั้น โดยไม่นําไปใช้ทําการขนส่ง เพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเอง หรือเพื่อสินจ้าง
“ค่าใช้จ่ายที่ผู้ให้เช่าซื้อเรียกเก็บได้” หมายความว่า ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าภาษีรถประจําปี
เงินเพิ่มเนื่องจากการต่อภาษีล่าช้า ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนเครื่องยนต์ สีรถ ชนิดเชื้อเพลิง (ต่อรายการ)
ค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ค่าธรรมเนียมใบแทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถ ค่าปรับเนื่องจากการเปลี่ยนเครื่องยนต์ สีรถ
ชนิดเชื้อเพลิง และค่าเบี้ยประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
“ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ค่าเช่าซื้อ” หมายความว่า เงินที่ผู้ให้เช่าซื้อ
เรียกเก็บจากผู้เช่าซื้อเพื่อเป็นค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้เงินค่างวดเช่าซื้อรถยนต์
หรือรถจักรยานยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยการทวงถามหนี้ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงค่าติดตามเอารถยนต์
หรือรถจักรยานยนต์กลับคืนของผู้ให้เช่าซื้อ
“อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) หมายความว่า อัตราดอกเบี้ย
สําหรับสินเชื่อเช่าซื้อในลักษณะของการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เช่นเดียวกับการคํานวณดอกเบี้ย
สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด
ขอ้ ๔ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผู้ประกอบธุรกิจทํากับผู้บริโภค ต้องมีข้อความ
เป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน มีขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร โดยมีจํานวน
ไม่เกินสิบเอ็ดตัวอักษรในหนึ่งนิ้ว และต้องใช้ข้อสัญญาที่มีสาระสําคัญและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดเกี่ยวกับ
ก. ยี่ห้อ รุ่น หมายเลขเครื่องยนต์และหมายเลขตัวถัง สภาพของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
ว่าเป็นรถใหม่หรือรถใช้แล้ว และระยะทางที่ได้ใช้แล้ว โดยให้มีหน่วยเป็นกิโลเมตรหรือไมล์ รวมทั้งภาระผูกพัน
ของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ (ถ้ามี)
ข. ราคาเงินสด จํานวนเงินจอง จํานวนเงินดาวน์ ราคาเงินสดส่วนที่เหลือ อัตราดอกเบี้ย
คงที่ต่อปี (Flat Interest Rate) ในการคํานวณผลตอบแทนให้ระบุอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี
(Effective Interest Rate) จํานวนงวดที่ผ่อนชําระ จํานวนเงินค่าเช่าซื้อทั้งสิ้น จํานวนเงินค่าเช่าซื้อ
ที่ผ่อนชําระในแต่ละงวด จํานวนค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชําระในแต่ละงวด เริ่มชําระค่างวดแรกในวันที่
และชําระค่างวดต่อ ๆ ไปภายในวันที่
ค. วิธีคํานวณจํานวนเงินค่าเช่าซื้อ จํานวนค่าเช่าซื้อ จํานวนดอกเบี้ยที่ชําระ
และจํานวนค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชําระในแต่ละงวด
ง. ตารางแสดงภาระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อสําหรับผู้เช่าซื้อแต่ละราย โดยให้แสดง
รายละเอียดเกี่ยวกับจํานวนงวดค่าเช่าซื้อที่ต้องชําระ วัน เดือน ปี ที่ชําระเงินค่างวดเช่าซื้อ จํานวนเงิน
ค่าเช่าซื้อที่ชําระในแต่ละงวด โดยแยกเป็นเงินต้น ดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และจํานวนเงิน
ค่าเช่าซื้อคงค้าง โดยแยกเป็นเงินต้นคงค้าง ดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อ รวมทั้งจํานวนส่วนลดที่ผู้เช่าซื้อจะได้รับ
ตาม (๑๐) ตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ เพื่อส่งมอบให้ผู้เช่าซื้อพร้อมกับหนังสือสัญญาเช่าซื้อ
จ. อัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ค่าเช่าซื้อที่คณะกรรมการ
กํากับการทวงถามหนี้ประกาศกําหนดตามกฎหมายว่าด้วยการทวงถามหนี้ โดยให้ระบุวิธีการคิดคํานวณ
ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ค่าเช่าซื้อในแต่ละรายการไว้ในเอกสารแนบท้าย
สัญญาเช่าซื้อ

เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
ในกรณีที่ยังไม่มีประกาศของคณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเรียกเก็บ
ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ค่าเช่าซื้อได้เพียงเท่าที่ผู้ให้เช่าซื้อได้ใช้จ่ายไปจริง
โดยประหยัด ตามความจําเป็น และมีเหตุผลอันสมควร ทั้งนี้ อัตราดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนแปลง
เพิ่มขึ้นในภายหลังได้ เว้นแต่กรณีที่มีกฎหมายกําหนดให้กระทําเช่นว่านั้นได้
(๒) เมื่อผู้เช่าซื้อได้ชําระเงินค่าเช่าซื้อครบถ้วน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ผู้ให้เช่าซื้อเรียกเก็บได้
ให้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อตกเป็นของผู้เช่าซื้อทันที โดยผู้เช่าซื้อต้องชําระ
ค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ตามที่กรมการขนส่งทางบกเรียกเก็บ และผู้ให้เช่าซื้อ
ต้องดําเนินการจดทะเบียนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ดังกล่าวให้เป็นชื่อของผู้เช่าซื้อภายในสามสิบวัน
นับแต่วันที่ผู้ให้เช่าซื้อได้รับเอกสารที่จําเป็นสําหรับการจดทะเบียนครบถ้วนจากผู้เช่าซื้อ เว้นแต่เป็นกรณี
ที่มีเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถทําการจดทะเบียนโอนได้โดยมิใช่เป็นความผิดของผู้ให้เช่าซื้อ
หากผู้ให้เช่าซื้อไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ผู้ให้เช่าซื้อยินยอมเสียเบี้ยปรับโดยคํานวณจากมูลค่าเช่าซื้อ
ในอัตราเท่ากับอัตราเบี้ยปรับที่ผู้เช่าซื้อต้องชําระในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดชําระค่าเช่าซื้อ และถ้าผู้เช่าซื้อ
ดําเนินคดีทางศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือเบี้ยปรับ ผู้ให้เช่าซื้อต้องรับภาระค่าธรรมเนียม
ค่าทนายความ หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดําเนินคดีดังกล่าว ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ผู้เช่าซื้อ
ได้ใช้จ่ายไปจริง โดยประหยัด ตามความจําเป็น และมีเหตุผลอันสมควร
(๓) กรณีผู้ให้เช่าซื้อประสงค์จะนําเงินค่างวดของผู้เช่าซื้อที่ได้ชําระแล้วในงวดต่อมา
เพื่อหักชําระเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ให้เช่าซื้อเรียกเก็บได้ซึ่งผู้เช่าซื้อต้องชําระในแต่ละงวด ค่าธรรมเนียม
หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ค่าเช่าซื้อ ค่าเบี้ยปรับชําระค่างวดล่าช้า ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่
ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้เช่าซื้อทราบก่อนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อได้รับแจ้ง แต่ถ้าผู้ให้เช่าซื้อ
ไม่มีหนังสือดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อไม่มีสิทธินําเงินค่างวดต่อมานั้นมาหักชําระค่าใช้จ่ายดังกล่าว และผู้ให้เช่าซื้อ
จะถือว่าผู้เช่าซื้อผิดนัดชําระค่าเช่าซื้อที่นํามาชําระเต็มจํานวนในงวดนั้นไม่ได้
กรณีผู้ให้เช่าซื้อได้หักเงินค่างวดตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องแจ้งเป็นหนังสือ
ให้ผู้เช่าซื้อนําเงินในส่วนที่ขาดของค่างวดเช่าซื้อนั้น มาชําระให้ครบถ้วนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อ
ได้รับหนังสือดังกล่าว หากผู้เช่าซื้อมิได้ชําระเงินส่วนที่ขาดให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าว
ให้ถือว่าผู้เช่าซื้อผิดนัดเฉพาะเงินค่างวดเช่าซื้อบางส่วนที่ยังมิได้ชําระนั้น
(๔) ในกรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดชําระค่าเช่าซื้อรายงวดสามงวดติด ๆ กัน และผู้ให้เช่าซื้อมีหนังสือ
บอกกล่าวผู้เช่าซื้อให้ใช้เงินรายงวดที่ค้างชําระนั้นภายในเวลาอย่างน้อยสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อได้รับ
หนังสือและผู้เช่าซื้อละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามหนังสือบอกกล่าวนั้น ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้
(๕) เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลงไม่ว่ากรณีใด ๆ และผู้ให้เช่าซื้อได้กลับเข้าครอบครองรถยนต์
หรือรถจักรยานยนต์ที่ให้เช่าซื้อ ทั้งนี้ก่อนนํารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ออกขายโดยวิธีประมูลหรือ
วิธีขายทอดตลาดที่เหมาะสม ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ดําเนินการตามลําดับ ดังต่อไปนี้

เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
ก. ผู้ให้เช่าซื้อต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เพื่อให้ผู้เช่าซื้อ
ใช้สิทธิซื้อก่อนได้ตามมูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ โดยผู้ให้เช่าซื้อจะต้องให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อ
ตามอัตราและการคิดคํานวณตาม (๑๐) แต่ถ้าผู้เช่าซื้อไม่ใช้สิทธิดังกล่าวภายในระยะเวลานั้น ให้ผู้ให้เช่าซื้อ
มีหนังสือแจ้งผู้ค้ําประกันทราบเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่สิ้นระยะเวลาการใช้สิทธิของ
ผู้เช่าซื้อเพื่อให้ผู้ค้ําประกันใช้สิทธินั้น โดยให้ผู้ค้ําประกันได้รับสิทธิเช่นเดียวกับผู้เช่าซื้อ
กรณีผู้ให้เช่าซื้อไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ผู้ให้เช่าซื้อต้องรับผิดในความ
หน้า ๑๐
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
หรือผู้ค้ําประกันมีความประสงค์จะขอรับคําบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ผู้เช่าซื้อหรือผู้ค้ําประกัน
ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ให้เช่าซื้อทราบ
(๑๐) กรณีที่ผู้เช่าซื้อมีความประสงค์จะขอชําระเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียว โดยไม่ผ่อนชําระ
ค่าเช่าซื้อเป็นรายงวดตามสัญญาเช่าซื้อ เพื่อปิดบัญชีค่าเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อ
ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกําหนดชําระ โดยให้คิดคํานวณตามมาตรฐาน
การบัญชีว่าด้วย เรื่อง สัญญาเช่า ที่คณะกรรมการกําหนดมาตรฐานการบัญชี ตามกฎหมายว่าด้วย
วิชาชีพบัญชีกําหนดและปรับปรุงมาตรฐานการบัญชี เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการจัดทําบัญชีตามกฎหมาย
ว่าด้วยการบัญชีและกฎหมายอื่น
(๑๑) กรณีสัญญาเช่าซื้อกําหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องจัดหาผู้ค้ําประกันการเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อต้องตกลง
กับผู้เช่าซื้อว่าจะจัดให้มีการทําสัญญาค้ําประกันซึ่งมีคําเตือนสําหรับผู้ค้ําประกันไว้หน้าสัญญาค้ําประกันนั้น
โดยมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน มีหัวเรื่องว่า “คําเตือนสําหรับผู้ค้ําประกัน”
ใช้อักษรตัวหนาขนาดไม่เล็กกว่าสี่มิลลิเมตร และอย่างน้อยต้องมีข้อความตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้
โดยมีขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และมีจํานวนไม่เกินสิบเอ็ดตัวอักษรในหนึ่งนิ้ว และกําหนด
ข้อสัญญาเกี่ยวกับความรับผิดของผู้ค้ําประกันในสัญญาค้ําประกัน ซึ่งมีสาระสําคัญตรงกับคําเตือนดังกล่าว
(๑๒) การผิดสัญญาเช่าซื้อที่ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ จะต้องเป็นข้อความที่ผู้ให้เช่าซื้อ
ระบุไว้เป็นการเฉพาะด้วยตัวอักษรสีแดง หรือตัวดําหรือตัวเอน ที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป
ข้อ ๕ ข้อสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจทํากับผู้บริโภคต้องไม่ใช้ข้อสัญญาที่มีลักษณะหรือมีความหมาย
ทํานองเดียวกัน ดังต่อไปนี้
(๑) ข้อสัญญาที่เป็นการผลักภาระให้ผู้เช่าซื้อเป็นผู้ชําระค่าธรรมเนียม ค่าภาษีอากร หรือ
ค่าใช้จ่ายใด ๆ เกี่ยวกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ผู้เช่าซื้อจะเข้าทําสัญญาเช่าซื้อรถยนต์
หรือรถจักรยานยนต์ดังกล่าว
(๒) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อคิดเบี้ยปรับในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดชําระค่างวดตามสัญญาเช่าซื้อ
เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) บวกร้อยละสามต่อปี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน
อัตราร้อยละสิบห้าต่อปี
(๓) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อเรียกให้ผู้เช่าซื้อเปลี่ยนแปลงผู้ค้ําประกัน เว้นแต่เป็นกรณีที่
ผู้ค้ําประกันถึงแก่ความตาย หรือศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือเป็นคน
ไร้ความสามารถ หรือเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชําระค่าเช่าซื้อให้ครบถ้วนตามสัญญาในกรณี
รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อสูญหาย ถูกทําลาย ถูกยึด ถูกอายัด หรือถูกริบ โดยมิใช่เป็น
ความผิดของผู้เช่าซื้อ เว้นแต่เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ค่าเช่าซื้อ
หรือค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่คงเหลือ ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ผู้ให้เช่าซื้อได้ใช้จ่ายไปจริง โดยประหยัด ตามความจําเป็น
และมีเหตุผลอันสมควร

เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
(๕) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชําระเงินใดๆ ในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ
และกลับเข้าครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อ เว้นแต่เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายใด ๆ
ในการทวงถามหนี้ค่าเช่าซื้อ หรือค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่คงเหลือ ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ผู้ให้เช่าซื้อได้ใช้จ่ายไปจริง
โดยประหยัด ตามความจําเป็น และมีเหตุผลอันสมควร
(๖) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้เช่าซื้อรับการโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่าซื้อหรือรับภาระ
ผูกพันใด ๆ เพิ่มเติมจากสัญญาเช่าซื้อ โดยผู้เช่าซื้อมิได้ยินยอมเป็นหนังสือ
(๗) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อเรียกเก็บเงินหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกเหนือจากที่ประกาศนี้
กําหนด
ข้อ ๖ บรรดาสัญญาเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ทํากับผู้บริโภค
ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจ
ที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ๒๕๕๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับได้ต่อไป
ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นตนไป ้
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑
สําเรียง เมฆเกรียงไกร
ประธานกรรมการว่าด้วยสัญญา

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา
เรื่อง ยกเลิกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าที่อยู่อาศัยที่เรียกเก็บเงินประกัน
เป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๕ เบญจ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ ประกอบกับมาตรา ๓
มาตรา ๔ และมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกําหนดธุรกิจ
ที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงินและลักษณะของหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการ
ว่าด้วยสัญญาออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าที่อยู่อาศัยที่เรียกเก็บ
เงินประกันเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. ๒๕๔๙ และประกาศคณะกรรมการ
ว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าที่อยู่อาศัยที่เรียกเก็บเงินประกันเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการ
ในหลักฐานการรับเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑
สําเรียง เมฆเกรียงไกร
ประธานกรรมการว่าด้วยสัญญา